มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ
จากโรงเรียนเทคนิคไทย-เยอรมัน สู่มหาวิทยาลัยชั้นนำด้านวิศวกรรมและอุตสาหกรรม
ประวัติความเป็นมา
เมื่อวันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2502 กระทรวงศึกษาธิการ ได้ประกาศจัดตั้งโรงเรียนเทคนิคพระนครเหนือ สังกัดกรมอาชีวศึกษา โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อผลิตช่างฝีมือที่เน้นการปฏิบัติและประสบการณ์จริง ซึ่งเป็นที่รู้จักกันทั่วไปในนาม “เทคนิคไทย-เยอรมัน” ต่อมาได้มีการลงนามในสัญญาความร่วมมือทางวิชาการระหว่างรัฐบาลไทยกับรัฐบาลสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมันฉบับแรกเมื่อวันที่ 16 มีนาคม 2502 และเมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2507 กระทรวงศึกษาธิการได้ประกาศยกฐานะโรงเรียนเทคนิคพระนครเหนือขึ้นเป็น “วิทยาลัยเทคนิคพระนครเหนือ”
ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 23 เมษายน 2514 ได้รับพระราชทานนามว่า “สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้า” มีประกาศพระราชบัญญัติสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้า พ.ศ. 2514 ให้รวมวิทยาลัยเทคนิคพระนครเหนือ วิทยาลัยเทคนิคธนบุรี และวิทยาลัยโทรคมนาคมนนทบุรี สังกัดกรมอาชีวศึกษาเข้าด้วยกัน เพื่อจัดตั้งเป็นสถาบันการศึกษาชั้นสูง และได้รับพระราชทานนามว่า “สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้า” ให้เป็นสถาบันการศึกษาและวิจัย สังกัดกระทรวงศึกษาธิการ มีวัตถุประสงค์เพื่อจัดการศึกษา ทำการวิจัย ให้บริการวิชาการและส่งเสริมทางเทคโนโลยี วิทยาศาสตร์ และครุศาสตร์อุตสาหกรรม รวมทั้งทำนุบำรุงศิลปะและวัฒนธรรมของชาติ
โดยแบ่งการบริหารงานออกเป็น 3 วิทยาเขต วิทยาลัยเทคนิคพระนครเหนือ ใช้ชื่อว่า “สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้า วิทยาเขตพระนครเหนือ” และใน พ.ศ. 2550 ได้มีการเปลี่ยนสถานภาพสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือเป็น “มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ” และจัดตั้งสำนักวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เป็นหน่วยงานระดับคณะ
11 คณะ/วิทยาลัย
- คณะวิศวกรรมศาสตร์
- คณะครุศาสตร์อุตสาหกรรม
- คณะวิทยาศาสตร์ประยุกต์
- วิทยาลัยเทคโนโลยีอุตสาหกรรม
- คณะเทคโนโลยีสารสนเทศและนวัตกรรมดิจิทัล
- คณะศิลปศาสตร์ประยุกต์
- บัณฑิตวิทยาลัยวิศวกรรมศาสตร์นานาชาติสิรินธร ไทย-เยอรมัน (TGGS)
- คณะสถาปัตยกรรมและการออกแบบ
- วิทยาลัยนานาชาติ
- คณะพัฒนาธุรกิจและอุตสาหกรรม
- บัณฑิตวิทยาลัย
2 วิทยาเขต
- มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ วิทยาเขตปราจีนบุรี
- มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ วิทยาเขตระยอง
อ่านต่อในหมวดนี้
จากวิทยาลัยเทคนิคธนบุรี สู่มหาวิทยาลัยวิจัยด้านวิทยาศาสตร์และนวัตกรรม
พระนาม “พระจอมเกล้า” และ “เจ้าคุณทหาร” สู่สถาบันในกำกับของรัฐ ที่ตั้งอาคารหอพระราชประวัติฯ
จากสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าหนึ่งเดียว สู่สามสถาบันที่สานสัมพันธ์ต่อเนื่องถึงปัจจุบัน


