พระราชกรณียกิจ
พระราโชบายเปิดรับวิทยาการตะวันตก และการเปลี่ยนแปลงเพื่อยกสถานภาพราษฎรสยาม
การเปิดสยามสู่โลกสมัยใหม่
คุณสมบัติเด่นของพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าฯ ตั้งแต่ก่อนครองราชย์และติดต่อมาตลอดพระชนม์ชีพ คือ ทรงเป็นนักปฏิรูปสังคม ทรงแสวงหาความรู้ ทรงแสวงหาความร่วมมือและมิตรภาพกับนานาชาติ และไม่ทรงปิดกั้นความเปลี่ยนแปลงใหม่ ๆ ที่เกิดขึ้นในโลก นี่คือเหตุผลที่ทำให้เป็นที่ยอมรับว่า พระองค์คือสัญลักษณ์สยามใหม่
เหตุของการเปิดโลกทัศน์นิยมตะวันตกของพระองค์นั้นปรากฏอยู่ในพระราชหัตถเลขาลงวันที่ 18 พฤศจิกายน ค.ศ. 1849 (พ.ศ. 2392) ขณะทรงผนวชและประทับอยู่ ณ พระอารามวัดบวรนิเวศ ทรงมีถึง “มิสเตอร์แลมิสซิซ เอ๊ดดี แห่งนิวยอร์ก ยูไนเตตเสตต (Mr. & Ms. Eddy of New York)” มิตรของหมอเฮาส์ มิชชันนารีชาวอเมริกันในกรุงเทพมหานครที่พระองค์ทรงคุ้นเคย ทรงขอให้ช่วยจัดหาเครื่องพิมพ์หิน พร้อมเครื่องประกอบให้ครบชุด ในจดหมายฉบับเดียวกันนั้น ทรงระบุถึงสาเหตุที่ทรงคบหากับชาวตะวันตกรวมทั้งการศึกษาภาษาอังกฤษว่า
“…เราติดต่อกับมิตรชาวอังกฤษและอเมริกันเพื่อความรู้ในทางวิทยาศาสตร์และศิลปศาสตร์มิใช่ติดต่อเพื่อชื่นชมและอัศจรรย์ในศาสนาธรรมดา ๆ นั้นไม่ เพราะเราทราบว่ามีคนเป็นจำนวนมาก ซึ่งมีความรู้ เล่าเรียนและเป็นอาจารย์ในวิทยาศาสตร์สาขาต่าง ๆ เช่น ดาราศาสตร์ ภูมิศาสตร์ ไวยากรณ์ และการเดินเรือ เป็นต้น…บัดนี้ ผู้มีความเฉลียวฉลาดและผู้มีปัญญาหลายคนในประเทศเรามีความเชื่อทางวิทยาศาสตร์ดังกล่าวมาแล้ว และนิยมยินดีในวิชานั้น ๆ กระทั่งบางคนรวมทั้งตัวข้าพเจ้าด้วยได้พากัน พยายามศึกษาภาษาอังกฤษเพื่ออ่านและเข้าใจตำราภาษาอังกฤษเรื่องราวทางวิทยาศาสตร์และวิชาศิลปศาสตร์ ได้อย่างถ่องแท้ จะได้คุ้นเคยและเผยแพร่ความรู้นั้น ๆ มาสู่ประเทศของเราเท่าที่จะสามารถนำมาได้…”
พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าฯ ทรงมีพระราโชบายปกครองราษฎรสยามในลักษณะการปกครองแบบพ่อปกครองลูกซึ่งเป็นการปกครองในลักษณะพิเศษต่างไปจากพระมหากษัตริย์สยามพระองค์ก่อน ๆ ทรงใช้ คือการปกครองในระบอบราชาธิปไตย ตัวอย่างพระราชกรณียกิจ ดังนี้
พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าฯ ทรงกล้าหาญและจริงจังกับการเปลี่ยนแปลงใด ๆ ก็ตามเพื่อนำมาในสิ่งที่ถูกต้องและเป็นประโยชน์แก่ราชอาณาจักรตั้งแต่ก่อนครองราชย์ เช่น กรณีการสถาปนาคณะธรรมยุติกา ทรงสนพระทัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ทรงคบหาชาวตะวันตกเพื่อพัฒนาความรู้ด้านวิทยาศาสตร์ และทรงศึกษาภาษาอังกฤษเพื่ออ่านตำราวิทยาศาสตร์ที่เป็นภาษาอังกฤษได้เข้าใจ และนำความรู้นั้นมาใช้พัฒนาประเทศ หลักฐานที่ชาวตะวันตกบันทึกไว้ชี้ให้เห็นว่าทรงเริ่มการศึกษาด้วยพระองค์เองก่อน
การเข้ามาพำนักของชาวต่างชาติโดยเฉพาะมิชชันนารีอเมริกันตั้งแต่ครั้งปลายรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าฯ ที่มีบทบาทการนำข่าวคราวของวิทยาการสมัยใหม่ของโลกตะวันตกเข้ามาเผยแพร่ เช่น เรื่องการแพทย์ วิทยาศาสตร์ น่าจะมีส่วนในการสร้างแรงบันดาลใจให้พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าฯ สนพระทัยความเป็นสมัยใหม่มากยิ่งขึ้น
ความตั้งพระทัยที่ทรงมีตั้งแต่ก่อนครองราชย์และทรงยึดมั่นในทิศทางนี้ตลอดมาจนถึงปีสุดท้ายแห่งพระชนม์ชีพ คือ ทรงมุ่งมั่นการปฏิรูปสิ่งที่ล้าหลังและผิดพลาด ทรงยอมรับในความเปลี่ยนแปลง การแสวงหาความรู้ให้ทันสมัย และการแสวงหามิตรต่างชาติ ซึ่งเป็นยุทธศาสตร์สำคัญต่อการรักษาอำนาจอธิปไตยสยามให้อยู่รอดปลอดภัย
สรุปได้ว่า ครั้งรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าฯ สถานภาพราษฎรสยามเปลี่ยนแปลงไปจากเดิมราษฎรเข้าถึงศูนย์กลางอำนาจง่ายขึ้น กฎหมายมีความเป็นธรรมมากขึ้น การใช้อำนาจบาตรใหญ่ โดยขุนนางและเจ้าภาษีถูกตรวจสอบมากขึ้น ทุกข์สุขราษฎรได้รับการเอาใจใส่ดูแลมากขึ้น พระมหากษัตริย์ทรงแสดงพระองค์ว่าทรงสัตยาสุจริตต่อผู้ที่แสดงตนว่ามีความสัตยาสุจริตต่อพระองค์ด้วย ทั้งหมดคือ นิมิตใหม่ของการเมืองการปกครองสยามซึ่งช่องว่างของความสัมพันธ์ระหว่างผู้ปกครองและผู้อยู่ใต้ปกครองใกล้ชิดมากขึ้นอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน
ที่มา
หนังสือ : ดาราศาสตร์ไทย สมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าฯ
ผู้เขียน : นายภูธร ภูมะธน
บรรณาธิการเล่ม : ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ทอแสงรัศมี ถีถะแก้ว


